พันธสัญญาแห่งความรักในห้วงยามที่ศรัทธาสั่นคลอน
ท่ามกลางบรรยากาศสีเทาหม่นที่ปกคลุมเหนือสถาปัตยกรรมเหล็กและกระจกอันล้ำสมัยของ Tottenham Hotspur Stadium ชายผู้เป็นดั่งจิตวิญญาณของสโมสรอย่าง Glenn Hoddle ได้เผยความในใจถึงช่วงเวลาที่เขาพร้อมจะก้าวเข้าสู่สมรภูมิอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อเกียรติยศส่วนตน แต่เพื่อมอบ ‘ความรัก’ ให้กับอาณาจักรที่กำลังสูญเสียตัวตนไปในฤดูกาลที่แสนบอบช้ำ
Glenn Hoddle ตำนานผู้เคยร่ายรำบนผืนหญ้าให้ Tottenham ระหว่างปี 1975 ถึง 1987 และเคยรับบทจอมทัพข้างสนามในช่วงปี 2001 ถึง 2003 ได้เปิดเผยว่าเขาพร้อมจะรับหน้าที่กุมบังเหียนชั่วคราวเพื่อประคองนาวาที่กำลังอับปางลำนี้
การรวมตัวของเหล่าอัครสาวกแห่ง Turf
ในวัย 68 ปี Glenn Hoddle เล่าว่าเขาได้เสนอตัวเคียงข้างกับสหายร่วมรบอย่าง Ossie Ardiles หลังจากที่ Tottenham พ่ายแพ้ต่อ Nottingham Forest อย่างหมดรูปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้น กลิ่นอายของความปราชัยช่างรุนแรงราวกับสนิมที่กัดกร่อนคานเหล็กของสโมสร
แม้ในเวลาต่อมา Tottenham จะตัดสินใจแยกทางกับ Igor Tudor และเลือกอัญเชิญ Roberto de Zerbi มาเป็นผู้นำทัพคนใหม่ แต่ความตั้งใจของ Glenn Hoddle ยังคงเป็นจารึกที่น่าจดจำ เขาได้กล่าวในรายการ The Jeff Stelling Show ว่า:
“พวกเขาไม่เคยติดต่อมาหาเราเลย แต่เป็นเราเอง ทั้ง Ossie และตัวผม หลังจากเกมกับ Forest เราสัมผัสได้ถึงรอยร้าวที่ฝังลึก เราแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าพร้อมจะเข้าไปที่นั่น หากพวกเขาต้องการเรา พร้อมกับโค้ชที่เป็นตำนานรุ่นเยาว์อีกสักคน”
เสียงสะท้อนจากความเงียบงัน
จังหวะการเคลื่อนที่ของลูกบอลในวันนั้นช่างเชื่องช้าและไร้ชีวิตชีวา Glenn Hoddle พรรณนาถึงความเจ็บปวดเมื่อเห็นทีมรักพ่ายคาบ้านต่อทีมหนีตายถึง 0-3 “มันเป็นสัญญาณที่เลวร้าย ราวกับโครงสร้างของอาคารที่กำลังจะพังทลายลงมา ผมรู้สึกว่าสโมสรต้องการความรัก ต้องการผู้คนที่จะเข้าไปหลอมรวมแฟนบอล เจ้าของทีม และเหล่านักเตะให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง”
แม้คำตอบที่ได้รับจะเป็นเพียงความว่างเปล่า เมื่อสโมสรแจ้งว่าพวกเขากำลังมองหาตัวเลือกอื่น แต่นั่นไม่ได้สั่นคลอนความภักดีของชายผู้มอบหัวใจให้ Tottenham มาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ Glenn Hoddle ยังคงเฝ้ามองดู Roberto de Zerbi ด้วยความหวังว่ากุนซือคนใหม่จะสามารถประสานรอยร้าวและพาทีมรอดพ้นจากหุบเหวแห่งการตกชั้นได้ ไม่ว่าเขาจะมีส่วนร่วมในภารกิจศักดิ์สิทธิ์นี้หรือไม่ก็ตาม
เสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ทิ้งไว้เพียงความเงียบเหงาที่ปกคลุมไปทั่วอัฒจันทร์
ยอดหญ้ายังคงชื้นแฉะ