บทเพลงสรรเสริญท่ามกลางซากปรักหักพัง
ภายใต้โครงสร้างเหล็กกล้าอันเย็นเยียบของ Villa Park ที่ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลา Roberto De Zerbi ยืนสงบนิ่งราวกับกวีผู้เพิ่งจารึกบทกวีบทใหม่ลงบนผืนหญ้า เขาเอ่ยถึงความภาคภูมิใจที่มีต่อขุนพล Tottenham ของเขา หลังจากการบุกมาสยบ Aston Villa ทว่าในแววตาของเขายังคงสะท้อนภาพความทรงจำอันมืดมิดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้
หากย้อนกลับไปในวันที่ 12 เมษายน ท้องฟ้าเหนือลอนดอนเหนือดูจะหม่นหมองกว่าปกติ เมื่อพวกเขาปราชัยต่อ Sunderland ในเกมแรกที่เขาเข้ามากุมบังเหียน ตามมาด้วยการแบ่งแต้มกับทีมเก่าอย่าง Brighton จนกระทั่งก่อนการเดินทางไปเยือน Wolves เมื่อวันที่ 25 เมษายน Tottenham ตกอยู่ในสภาวะจมดิ่งสู่อเวจีอันดับ 18 ของตาราง Premier League ห่างไกลจากพื้นที่ปลอดภัยเพียงสองคะแนนที่ดูเหมือนกำแพงเหล็กที่ไม่อาจข้ามผ่าน
การเคลื่อนไหวของฟันเฟืองและแรงกดดันอันศักดิ์สิทธิ์
แต่แล้วกงล้อแห่งโชคชะตาก็หมุนกลับ หลังจากถล่มทีมบ๊วยและตามด้วยการโค่นยักษ์ใหญ่อย่าง Villa ที่กำลังไล่ล่าตั๋ว Champions League ทัพไก่เดือยทองไม่เพียงแต่คว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รุ่งอรุณของฤดูกาล แต่ยังทะยานข้าม West Ham ขึ้นสู่อันดับ 17 โดยเหลือสมรภูมิให้ฟาดฟันอีกเพียงสามนัด
“เราเผชิญหน้ากับ Aston Villa ทีมที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งดั่งหอคอยเหล็ก มีขุนพลชั้นยอดและจอมทัพข้างสนามที่ปรีชาสามารถ” De Zerbi กล่าวกับ TNT Sports ท่ามกลางบรรยากาศที่เสียงนกหวีดสุดท้ายยังคงก้องกังวาน “แต่เราเล่นได้ไร้ที่ติเป็นเวลา 60 นาที ทั้งในยามที่มีลูกบอลอยู่แทบเท้าและยามที่ต้องไล่ล่ามัน”
เขายังกล่าวเสริมถึงความเจ็บปวดที่กลั่นออกมาเป็นหยาดเหงื่อ “ผมรู้ว่าพวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดในฤดูกาลนี้ และนั่นคือเหตุผลที่ผมภาคภูมิใจ สิ่งเดียวที่ด่างพร้อยบนผืนหญ้าวันนี้คือประตูที่เราเสียไป”
เงาที่ยังไม่จางหายและอัครสาวกแห่งแดนกลาง
กุนซือชาวอิตาเลียนผู้หลงใหลในสุนทรียภาพของเกมลูกหนังเน้นย้ำว่าภารกิจยังไม่สิ้นสุด “เรายังมีอีกสามศึกหนักรออยู่ เริ่มจากคืนวันจันทร์หน้ากับ Leeds พวกเขาเล่นได้ราวกับเครื่องจักรที่ได้รับการหล่อลื่นมาอย่างดี เราจะลืมความโศกเศร้าก่อนเกมกับ Wolverhampton ไม่ได้เด็ดขาด ความทรงจำเหล่านั้นต้องสลักอยู่ในใจเราทุกวัน”
เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ทำให้เขาพึงใจที่สุดในเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาไม่ได้เอ่ยถึงแท็กติกที่ซับซ้อน แต่พูดถึง ‘High Pressure’ ในฐานะจิตวิญญาณ “มันคือทัศนคติครับ ส่วนการครองบอลนั้น เราเล่นด้วยความสงบนิ่งราวกับผิวน้ำ ยามที่ต้องจู่โจมพื้นที่ว่างเราก็ทำได้รวดเร็วดั่งสายฟ้า ยามที่ต้องรักษาบอลเราก็ทำได้มั่นคงดั่งหินผา”
เขายังได้ยกย่อง Conor Gallagher ราวกับเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ทำให้เครื่องจักรทำงานเกินขีดจำกัด “เมื่อ Conor Gallagher ร่ายมนต์ เราเหมือนมีผู้เล่น 12 คนในสนาม เขาคืออัครสาวกแห่งผืนหญ้าที่แท้จริง” นอกจากนี้เขายังชื่นชม Randal Kolo Muani และ Mathys Tel รวมถึงคู่หูในแดนกลางอย่าง Joao Palhinha และ Bentancur ที่คอยคุมจังหวะราวกับวาทยากร ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กเปรียบเสมือนคานเหล็ก (Iron Girders) ที่ค้ำยันโครงสร้างของทีมไว้ทั้งในเกมรุกและรับ
เสียงสะท้อนจากบุรุษแห่งแมตช์
Conor Gallagher ผู้ที่วิ่งพล่านไปทั่วสนามจนเสียงฝีเท้ากระทบยอดหญ้าดังก้อง กล่าวด้วยความตื้นตันว่า “มันคือการแสดงที่สมบูรณ์แบบ ทุกสิ่งที่เราเคี่ยวกรำกันมาตลอดสัปดาห์ได้ปรากฏออกมาในคืนนี้ หวังว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทวงคืนความยิ่งใหญ่”
เขายังกล่าวถึงเจ้านายชาวอิตาเลียนด้วยความเคารพรัก “ผมไม่สามารถหาคำบรรยายความยอดเยี่ยมของเขาได้ ทุกคนในทีมเชื่อมั่นในตัวเขา เขามอบความมั่นใจและดึงศักยภาพที่ซ่อนเร้นออกมา เราจะเรียนรู้จากเขาเพื่อสร้างทีมที่เกรียงไกร”
ชุ่มชื้น, สั้น, สม่ำเสมอ.