เจาะสถิติแนวรับ Arsenal: เหตุใดความแข็งแกร่งระดับกำแพงเหล็กจะทำให้พวกเขาคว่ำ PSG ได้

ถอดรหัส ‘Magic Moment’ และวินัยเกมรับที่เหนือกว่ามาตรฐาน

“มีหลายช่วงเวลาใน Champions League ที่ใครสักคนต้องสร้างช่วงเวลาที่มหัศจรรย์ออกมา และเขาก็ทำมันได้อีกครั้ง” Mikel Arteta กล่าวหลังจาก Arsenal เอาชนะ Atletico Madrid พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปรายการใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ากุนซือชาวสเปนหมายถึง Bukayo Saka ผู้ทำประตูชัยในเกมรอบรองชนะเลิศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ในเชิงลึกแล้ว “Magic Moment” ที่แท้จริงในค่ำคืนนั้นมาจาก Gabriel ปราการหลังตัวกลาง ในจังหวะที่ Atletico Madrid กำลังโหมบุกเพื่อทวงประตูคืน

ความผิดพลาดจากการโหม่งสกัดของ William Saliba เปิดโอกาสให้ Giuliano Simeone หลุดเข้าไปเผชิญหน้ากับ David Raya แต่เป็น Gabriel ที่สปีดกลับมาสร้างแรงกดดันในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ทำให้ลูกยิงของ Simeone พลาดเป้าไปอย่างเหลือเชื่อ นี่คือตัวอย่างของความละเอียดในเกมรับที่มักถูกมองข้าม

สถิติไม่โกหก: เกมรับคือรากฐานสู่ Budapest

แม้ Arsenal จะถูกวิจารณ์ว่าเน้นผลการแข่งขันจนดูน่าเบื่อ แต่ตัวเลขสถิติยืนยันว่านี่คือรากฐานสำคัญ Clarence Seedorf ตำนานผู้คว้าแชมป์รายการนี้กับ 3 สโมสร ให้ความเห็นว่า “เราเห็น Arsenal สร้างความแตกต่างในปีนี้ด้วยจำนวน Clean Sheets มหาศาล บอกผมทีว่ามีกีฬาชนิดไหนที่คุณจะชนะได้โดยไม่มีเกมรับที่ดี? ผมไม่คิดว่ามันมีอยู่จริง”

หากกางสถิติออกมาดู ชัยชนะ 1-0 เมื่อวันอังคารคือ Clean Sheet นัดที่ 9 จาก 14 แมตช์ในยุโรปฤดูกาลนี้ โดยเสียไปเพียง 2 ประตูจากการลงเล่นรอบน็อคเอาท์ 6 นัด และหากพิจารณาค่า Expected Goals Against (xGA) หรือความน่าจะเป็นที่จะเสียประตู Arsenal มีตัวเลขเฉลี่ยเพียง 0.84 ต่อเกม ซึ่งสอดคล้องกับสถิติย้อนหลังที่ว่า 7 จาก 13 แชมป์หลังสุดของ Champions League มีค่าเฉลี่ย xGA ต่ำกว่า 1.0 ทั้งสิ้น ในขณะที่ Paris St-Germain คู่ชิงชนะเลิศของพวกเขามีค่าเฉลี่ย xGA สูงถึง 1.38

บททดสอบกับเกมรุกที่ดุดันที่สุดของ PSG

อย่างไรก็ตาม Paris St-Germain ภายใต้การคุมทีมของ Luis Enrique คือบททดสอบที่ต่างออกไป พวกเขาถล่มประตูในยุโรปไปแล้ว 44 ลูกจาก 16 นัด เป็นรองเพียงสถิติประวัติศาสตร์ของ Barcelona ชุดปี 1999-00 (45 ประตู) เท่านั้น

Nedum Onuoha นักวิเคราะห์จาก MOTD ระบุว่า “แม้สถิติจะชี้ว่า PSG มีเกมรุกที่น่ากลัว แต่พวกเขาพัฒนาขึ้นมากในฐานะทีมรับที่เป็นปึกแผ่นตลอดทั้งฤดูกาล” ขณะที่ Steven Gerrard อดีตกองกลาง Liverpool เสริมว่า “Arsenal ต้องใช้ความได้เปรียบทางสรีระและพละกำลัง บีบให้ PSG ต้องไปอยู่ในจุดที่พวกเขาไม่ถนัด”

ก้าวข้ามประวัติศาสตร์ปี 2006

ปัจจุบัน Arsenal ทำสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน 14 นัดในรายการนี้ ทำลายสถิติเดิม 13 นัดที่เคยทำไว้ภายใต้การคุมทีมของ Arsene Wenger ในฤดูกาล 2005-06 ซึ่งปีนั้นพวกเขาไปพ่ายให้กับ Barcelona ในรอบชิงชนะเลิศ

แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ “วุฒิภาวะในเกมรับ” Owen Hargreaves เชื่อมั่นว่าด้วยแผงหลังและผู้รักษาประตูชุดนี้ Arsenal มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ Puskas Arena ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับทีมที่ยิงประตูเป็นว่าเล่นอย่าง PSG ก็ตาม