บทสรุปแห่งฤดูกาล: เมื่อตัวเลขและสถิติคือเข็มทิศสู่ความสำเร็จ
หลังจากผ่านการขับเคี่ยวมาอย่างยาวนานถึง 46 นัด การแข่งขันเพื่อแย่งชิงตั๋วเลื่อนชั้นใน English Football League ก็เดินทางมาถึงจุดตัดสินที่น่าตื่นเต้นที่สุด นั่นคือรอบ Playoffs รวม 15 นัดจาก League Two, League One และ Championship ซึ่งเป็นเวทีที่ไม่เคยทำให้แฟนบอลผิดหวัง
ในระดับดิวิชั่น 4 Salford City กำลังมองหาโอกาสแก้ตัว แต่ต้องเผชิญหน้ากับ Grimsby Town ทีมที่มีอาวุธสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ของฤดูกาล นั่นคือ ‘โมเมนตัม’ ขณะที่ใน League One ช่องว่างระหว่างกลุ่มผู้นำอย่าง Stockport County, Bradford City, Bolton Wanderers และ Stevenage ห่างกันเพียง 2 คะแนนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จุดโฟกัสหลักอยู่ที่ Championship ซึ่ง Coventry City และ Ipswich Town ได้จองตั๋วไป Premier League ฤดูกาลหน้าเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงผู้ชนะจากแมตช์ที่มูลค่าสูงที่สุดในโลกกีฬาที่จะตามพวกเขาไป โดยรอบรองชนะเลิศคู่ที่สองเป็นการพบกันระหว่าง Southampton ที่พยายามจะยุติวงจรการเลื่อนชั้น-ตกชั้น กับ Middlesbrough ที่พลาดหวังมาตลอดนับตั้งแต่ตกชั้นในปี 2017 แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องมาดูการปะทะกันระหว่าง Hull City และ Millwall ทีมที่หวังจะกลับสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990
1. Alex Neil: ผู้เชี่ยวชาญด้านรอบเพลย์ออฟกับภารกิจพา Millwall สร้างประวัติศาสตร์
Millwall มีจังหวะการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์นับตั้งแต่กลับสู่ Championship ในปี 2017 แม้จะขาดงบประมาณมหาศาลหรือนักเตะชื่อดัง แต่พวกเขามักจะทำผลงานได้เกินความคาดหมายเสมอ ในฤดูกาลนี้แม้จะเสียตัวหลักอย่าง Zian Flemming และ Japhet Tanganga แต่การมี Alex Neil กุมบังเหียนทำให้พวกเขายังคงรักษามาตรฐานไว้ได้
หากพิจารณาจากข้อมูลเชิงสถิติ Millwall มีสไตล์การเล่นที่ชัดเจนมาก ไม่มีทีมใดในดิวิชั่นนี้ที่มีสัดส่วนการส่งบอลไปข้างหน้าสูงเท่าพวกเขา และไม่มีทีมใดที่ทำประตูจากจังหวะต่อเนื่องจากการทุ่มบอลได้มากกว่านี้ นี่ไม่ใช่การวิ่งตามเทรนด์ฟุตบอลสมัยใหม่ แต่มันคือการพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าของฟุตบอลสไตล์ Millwall ขนานแท้
Alex Neil มีประวัติที่ยอดเยี่ยมในรอบนี้ โดยเคยพา Norwich City เลื่อนชั้นในปี 2015 และกอบกู้ Sunderland ในอีก 7 ปีต่อมา “เราจะบุกใส่ในเกมแรก และดูสถานการณ์กันต่อไป” Neil กล่าวอย่างมั่นใจก่อนเกมเยือน Hull City
ในทางกลับกัน ข้อมูล Expected Goals (xG) บ่งชี้ว่า Hull City อาจจะมาไกลเกินกว่าศักยภาพที่แท้จริง โดยมีค่าส่วนต่าง xG แย่ที่สุดเป็นอันดับสองในลีก รองจากเพียง Sheffield Wednesday เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลสำหรับทีมที่หวังจะเลื่อนชั้น
2. Southampton กับโมเมนตัมที่หยุดไม่อยู่
เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Southampton เคยหล่นไปอยู่อันดับที่ 21 ของตาราง จนนำไปสู่การปลด Will Still ออกจากตำแหน่ง แต่ภายใต้การนำของ Tonda Eckert ทีมกลับทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง โดยเก็บได้ถึง 47 คะแนนจาก 19 นัดสุดท้าย ซึ่งสูงที่สุดในลีก
สถิติชนะ 18 จาก 24 นัดหลังสุดในทุกรายการคือเครื่องยืนยันว่า The Saints กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม ซึ่งในประวัติศาสตร์ของ Playoffs ทีมที่มีโมเมนตัมแรงในช่วงท้ายมักจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในบั้นปลาย ต่างจาก Middlesbrough ที่ฟอร์มสะดุดในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนจนหลุดจากพื้นที่เลื่อนชั้นอัตโนมัติ
3. บทสรุปในลีกรอง: ความแค้นและประวัติศาสตร์
ใน League Two การเผชิญหน้ากันระหว่าง Salford City ของกลุ่ม Class of ’92 (นำโดย David Beckham และ Gary Neville) กับ Grimsby Town ถือเป็นไฮไลท์สำคัญ ขณะที่อีกคู่คือศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่าง Chesterfield และ Notts County ซึ่งมีความหลังฝังใจจากนัดชิงชนะเลิศ National League ปี 2023
สำหรับ League One ทางด้าน Bolton Wanderers ดูจะมีภาษีดีที่สุดจากค่าสถิติเกมรุก แต่ต้องระวัง Bradford City ที่มีเกมรับที่แข็งแกร่งกว่า ส่วน Stockport County หวังจะสร้างเทพนิยายต่อเนื่องหลังจากเคยตกต่ำถึงขีดสุดจนต้องไปเล่นในดิวิชั่น 6 เมื่อไม่กี่ปีก่อน
โปรแกรมการแข่งขัน EFL Playoffs (เวลาประเทศไทย)
- 8 พฤษภาคม: Hull City พบ Millwall (02.00 น.)
- 9 พฤษภาคม: Middlesbrough พบ Southampton (18.30 น.)
- 9 พฤษภาคม: Stevenage พบ Stockport County (21.00 น.)
- 10 พฤษภาคม: Bolton Wanderers พบ Bradford City (02.00 น.)
- 23 พฤษภาคม: Championship Playoff Final (นัดชิงชนะเลิศ)