มหาบุรุษผู้กลับมาทวงคืนบัลลังก์เหล็ก
ภายใต้โดมแก้วอันโอ่อ่าของ Bernabeu ที่ซึ่งประวัติศาสตร์ถูกสลักไว้ด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา กลิ่นอายของมหากาพย์บทใหม่กำลังก่อตัวขึ้น Jose Mourinho ยอดขุนพลผู้เปรียบเสมือนสถาปนิกแห่งชัยชนะ กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาเพื่อหวนคืนสู่ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของ Real Madrid อีกครั้งในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่การจาริกครั้งแรกของเขาสิ้นสุดลง
ในวัย 63 ปี บุรุษผู้มีแววตาคมกล้าดุจพญาเหยี่ยวผู้นี้ คือตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวที่ลอยเด่นอยู่เหนือขอบฟ้า Florentino Perez ประธานสโมสรผู้กุมบังเหียนอาณาจักรสีขาว ไม่ได้มองหาใครอื่นนอกจากเขาในการเจรจาครั้งนี้ เพื่อกอบกู้เกียรติยศที่สั่นคลอนกลับคืนมา
รอยร้าวในกำแพงเมืองและการผลัดใบ
เขาถูกเรียกตัวมาเพื่อสืบทอดอำนาจต่อจาก Alvaro Arbeloa ผู้พยายามประคองนาวาแห่งนี้มาตั้งแต่เดือนมกราคม หลังจากที่ Xabi Alonso ทิ้งช่องว่างขนาดใหญ่ไว้เบื้องหลัง ความคิดที่จะดึง Jose Mourinho กลับมานั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือแผนการที่ถูกวางไว้ในเงามืดเพียงสองวันหลังจากที่ Xabi Alonso ก้าวพ้นประตูสโมสรไป
ปัจจุบัน Jose Mourinho ยังคงบัญชาการรบอยู่ที่ Benfica ในแผ่นดินเกิดของเขา โดยรั้งอันดับสามในตาราง Primeira Liga แม้สัญญาที่ลงนามไว้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาจะยังคงมีผล แต่เสียงเพรียกจากกรุงมาดริดนั้นทรงพลังเกินกว่าจะต้านทานได้
เสียงสะท้อนจากสนามหญ้าและคำสัญญาที่รอคอย
เมื่อวานนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสงสัย เขาได้กล่าวต่อหน้าสื่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นดุจเสียงค้อนกระทบเหล็กทื่อๆ ว่าเขายังไม่พร้อมจะเปิดเผยชะตากรรม “เรามีศึกกับ Estoril รออยู่ และตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป ผมจึงจะพร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับอนาคตของผมและอนาคตของ Benfica”
การปะทะกับ Estoril Praia ในวันเสาร์นี้ จะเป็นบทเพลงสุดท้ายของเขาในฤดูกาลนี้กับทีมเหยี่ยวลิสบอน ก่อนที่เขาจะหันหน้าสู่ทิศทางที่เคยสร้างตำนานไว้ระหว่างปี 2010 ถึง 2013 ยุคสมัยที่เขาพาทีมกวาดทั้ง La Liga, Copa del Rey และ Spanish Super Cup ด้วยกลยุทธ์ที่รัดกุมดุจโครงสร้างเหล็กกล้าที่ไม่มีวันพังทลาย
เสียงลูกหนังที่กระทบหลังเท้าจนเกิดเสียง ‘ปึก’ หนักแน่นดังก้องไปทั่วสนามซ้อม คือสัญญาณเตือนว่าจอมทัพผู้เป็นดั่ง ‘วิญญาณในเขตโทษ’ กำลังจะกลับมาเขียนตำนานบทใหม่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อีกครั้ง
ยอดหญ้าชุ่มน้ำ.