มหาบุรุษใต้เงาเมฆาแห่ง Madrid
ท่ามกลางบรรยากาศอันหนักอึ้งใต้หลังคาเหล็กกล้าของ Santiago Bernabéu ที่ซึ่งประวัติศาสตร์มักถูกเขียนขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา Wesley Sneijder อดีตจอมทัพผู้เคยร่ายรำบทเพลงแข้งให้กับ Real Madrid ได้ออกมาส่งเสียงก้องกังวานผ่านหุบเขาแห่งความสงสัย เขาไม่ได้พูดถึงเพียงแค่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ด แต่เขากำลังพูดถึงจิตวิญญาณของสโมสรที่กำลังโหยหาผู้นำที่แท้จริง
ในการให้สัมภาษณ์กับ HardRock Bet ทาง Sneijder ได้ชี้ชัดไปยังบุรุษผู้เป็นดั่งสถาปนิกแห่งชัยชนะอย่าง José Mourinho ว่าคือคำตอบเดียวที่คู่ควรกับการกุมบังเหียนทัพราชันชุดขาวในยามนี้ พร้อมกับตำหนิกระแสลมที่แปรปรวนของเหล่าแฟนบอลที่เริ่มหันหลังให้กับขุนพลคนสำคัญ
เสียงคำรามของ ‘The Special One’ ที่ยังก้องกังวาน
สำหรับ Sneijder แล้ว Real Madrid ไม่ใช่เพียงแค่สโมสรฟุตบอล แต่มันคือวิหารแห่งอำนาจที่ต้องการผู้ดูแลที่มีบารมีเหนือกว่าปุถุชนทั่วไป เขาเชื่อว่าทีมต้องการกุนซือที่ไม่เพียงแต่จะทนทานต่อแรงบีบอัดมหาศาลของความคาดหวังได้ แต่ต้องเป็นผู้ที่สามารถสยบเหล่าอัศวินผู้ทะนงตนในห้องแต่งตัวให้อยู่แทบเท้าได้ด้วย
“Real Madrid คือหนึ่งในทีมที่ต้องการยอดโค้ช แต่ต้องเป็นโค้ชที่สามารถรังสรรค์งานศิลปะร่วมกับเหล่ายอดมนุษย์ที่มีบุคลิกอันแข็งกร้าวได้ ผมเชื่อว่า Mourinho คือบุรุษที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภารกิจนี้ในปัจจุบัน และพวกเขาจำเป็นต้องดึงตัวเขากลับมา” Sneijder กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น
ความสัมพันธ์ระหว่าง Sneijder และ Mourinho นั้นเปรียบเสมือนฟันเฟืองเหล็กที่ขบกันได้อย่างไร้ที่ติ พวกเขาเคยร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ Treble Champions อันเกรียงไกรกับ Inter Milan เมื่อฤดูกาล 2009-10 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฝีเท้าของเขาสั่นสะเทือนไปทั้งยุโรป ขณะที่ Mourinho เองก็เคยฝากตำนานไว้ที่ Real Madrid ช่วงปี 2010-2013 ด้วยการทุบสถิติ 100 คะแนนใน La Liga เปลี่ยนโฉมหน้าสโมสรให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ดุดันและน่าเกรงขาม
เกราะกำบังให้ Kylian Mbappé ท่ามกลางพายุคลั่ง
นอกจากเรื่องกุนซือแล้ว Sneijder ยังได้กางปีกปกป้อง Kylian Mbappé จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงราวกับพายุฤดูร้อน หลังจากมีรายงานว่าแฟนบอลบางกลุ่มเริ่มล่ารายชื่อเพื่อขับไล่ดาวยิงชาวฝรั่งเศสออกจากทีม
อดีตมิดฟิลด์จอมเทคนิคผู้นี้เปรียบเปรยพฤติกรรมของฝูงชนว่าไม่ต่างจาก ‘ฝูงแกะ’ ที่เดินตามกันไปโดยไร้ซึ่งจุดหมาย “เราทุกคนก็เหมือนแกะนั่นแหละ ถ้ามีใครสักคนเริ่มวิ่ง ที่เหลือก็จะวิ่งตามไปโดยอัตโนมัติ บางคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังลงชื่อในเอกสารอะไรอยู่”
เขายังได้พรรณนาถึงความสำคัญของ Mbappé ที่เปรียบเสมือนเสาเข็มเหล็กที่ค้ำยันทีมไว้ในยามที่โครงสร้างหลักสั่นคลอน “ท้ายที่สุดแล้ว เขาคือฟันเฟืองที่สำคัญยิ่งของทีม เขายิงประตูถล่มทลายและมีช่วงเวลาที่เขาต้องแบกรับภาระของ Real Madrid ไว้บนบ่าเพียงลำพัง ในยามที่ทีมเผชิญกับวิกฤตอาการบาดเจ็บหรือปัญหาฟอร์มการเล่นของ Vinicius Jr. เขามักจะปรากฏตัวขึ้นเป็นแสงสว่างเสมอ”
เสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วผืนพรมสีเขียวขจี
หญ้านุ่มชุ่มชื้น.