สิ้นสุดยุคสมัยของ Manchester City? วิเคราะห์ข้อมูลและทางรอดเพื่อทวงคืนบัลลังก์

สัญญาณเตือนจากการขาดความต่อเนื่อง: เมื่อสถิติบ่งชี้ถึงขาลง

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ความหวังเฮือกสุดท้ายจะดูเหมือนมีความเป็นไปได้เมื่อ Erling Haaland ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายในเกมพบ Bournemouth แต่สุดท้ายฤดูกาลที่สองติดต่อกันของ Manchester City ภายใต้การคุมทีมของ Pep Guardiola ก็จบลงโดยปราศจากถ้วยแชมป์ ผลเสมอ 1-1 ในนัดนั้นเพียงพอที่จะส่งให้ Mikel Arteta พา Arsenal เถลิงบัลลังก์แชมป์ ตามหลัง Arne Slot ที่นำ Liverpool คว้าชัยใน Premier League เมื่อฤดูกาลก่อน

หากเรากางตัวเลขออกมาดู นี่คือครั้งที่ 4 ในรอบ 10 ฤดูกาลหลังสุดที่ City พลาดแชมป์ และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ นี่เป็นเพียงครั้งที่สองนับตั้งแต่ช่วงปี 2015-17 ที่สโมสรแห่งนี้ร้างราแชมป์ลีกติดต่อกันถึง 2 ฤดูกาล ซึ่งถือเป็นความผิดปกติทางสถิติสำหรับมาตรฐานที่พวกเขาเคยทำไว้

ยุคสมัยของ Pep Guardiola และความท้าทายที่รอ Enzo Maresca

นับตั้งแต่ Guardiola ก้าวเท้าเข้าสู่ถิ่น Etihad Stadium เขาพาทีมกวาดไปถึง 18 โทรฟี่หลัก และดูเหมือนว่าหน้าประวัติศาสตร์นี้กำลังจะปิดตัวลงเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล โดยมีอดีตผู้ช่วยอย่าง Enzo Maresca ถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาสานงานต่อ ภารกิจของ Maresca นั้นหนักหนาสาหัสเพราะต้องสวมรอยต่อจากกุนซือที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร อย่างไรก็ตาม เขามีประสบการณ์ในการรับมือกับความกดดันมาแล้วจากการพา Chelsea ไปเล่น Champions League รวมถึงคว้าแชมป์ FIFA Club World Cup และ Europa Conference League

การยกระดับเกมรุก: เมื่อ Haaland คนเดียวไม่เพียงพอ

ในเชิงสถิติ ฤดูกาลของ Antoine Semenyo นั้นน่าทึ่งมาก ปกติแล้วกองหน้าอาจจะยิงประตูได้มากกว่าค่า Expected Goals (xG) ในบางช่วงเวลา แต่ Semenyo กลับทำผลงานเหนือกว่าการวิเคราะห์ทางสถิติตลอดทั้งซีซั่น โดยทำไป 20 ประตูจากค่า xG เพียง 13.79 (รวมผลงานกับ Bournemouth และ City) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสามารถในการส่องไกลและการหาตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม City ไม่สามารถฝากความหวังไว้กับโชคชะตาหรือการฟลุคได้ตลอด Erling Haaland รับภาระหนักเกินไปโดยทำไป 38 ประตูจากทั้งหมด 122 ประตูของทีมในทุกรายการ ขณะที่ Phil Foden, Semenyo และ Rayan Cherki ช่วยกันทำไปคนละ 10 ประตู หากไม่มีใครยกระดับการทำประตูขึ้นมา Haaland จะต้องกรำศึกหนักในระดับ 4,000 นาทีต่อฤดูกาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไปสำหรับมนุษย์ แม้เขาจะมีสภาพร่างกายราวกับเครื่องจักรก็ตาม

โครงสร้างเกมรับและแผงมิดฟิลด์: จุดที่ต้องเร่งแก้ไข

ในด้านเกมรับ การเข้ามาของ Marc Guehi ช่วยให้ทีมมั่นคงขึ้น ขณะที่ Nico O’Reilly คือดาวรุ่งที่แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในครึ่งฤดูกาลหลัง แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการรักษามาตรฐานโดยไม่มี Guardiola คอยกำกับ Maresca อาจจะซึมซับแท็กติก Inverted Wing Back มาจากอาจารย์ของเขา แต่เขาต้องสร้างอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา ไม่ใช่แค่การลอกเลียนแบบ

ปัญหาที่เรื้อรังคือการหาตัวช่วยในแดนกลางเพื่อแบ่งเบาภาระของ Rodri แม้จะมีการดึงตัวมิดฟิลด์เข้ามาหลายรายแต่ก็ยังไม่มีใครตอบโจทย์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ บางทีการพยายามดึงตัว Enzo Fernandez จาก Chelsea อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนทีมกลับสู่จุดสูงสุด Guardiola ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้แต่แผนการที่ดีที่สุดก็มีวันหมดอายุ และนี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการ Refresh ทีมเพื่อสร้างยุคสมัยแห่งการครอบครองความยิ่งใหญ่อีกครั้ง