ความสำเร็จที่แลกมาด้วยตัวเลขและศรัทธา: เมื่อ The Process ของ Mikel Arteta สิ้นสุดการรอคอย

เดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

ในเดือนธันวาคม 2019 Arsenal ตัดสินใจเดินหมากที่เสี่ยงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยการแต่งตั้งอดีตนักเตะอย่าง Mikel Arteta ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจากยุคที่ล้มเหลวของ Unai Emery ท่ามกลางสถิติที่น่ากังวลเพราะเขาไม่มีประสบการณ์คุมทีมชุดใหญ่มาก่อนเลย บอร์ดบริหารเลือกวางอนาคตที่ไร้ทิศทางไว้ในมือของกุนซือที่ยังไม่ผ่านการทดสอบ หลังจาก 22 ปีภายใต้ Arsene Wenger และช่วงเวลาที่ลุ่มๆ ดอนๆ กับ Emery สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอนเหนือทีมนี้กำลังล่องลอยอยู่ในน่านน้ำที่ไม่มีใครรู้จัก

ปรัชญา ‘The Process’ และการสร้างอัตลักษณ์ใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นของการทำงาน เมื่อ Arteta ประกาศจุดยืนที่กลายเป็นวาทะแห่งยุคสมัยนั่นคือ “The Process” หรือกระบวนการสร้างทีมระยะยาวเพื่อนำ Gunners กลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์ เขาให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมแห่งชัยชนะที่ยั่งยืนและโครงสร้างทางแท็กติกที่ชัดเจน ซึ่งกลายเป็นบรรทัดฐานที่จะใช้วัดผลงานของเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางสถิติในช่วงแรกกลับไม่ได้สวยหรู การจบอันดับที่ 8 สองฤดูกาลติดต่อกันตามด้วยอันดับที่ 5 ทำให้ The Process กลายเป็นอาวุธที่เหล่านักวิจารณ์ใช้โจมตีสโมสรอย่างสนุกปาก แม้จะมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมจากแฟนบอลบางส่วน แต่ Arteta ยังคงยึดมั่นในแผนงานเดิม และสโมสรก็เลือกที่จะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่

การชำระล้างโครงสร้างและผู้นำยุคใหม่

ในช่วงสองฤดูกาลแรก Arteta ดำเนินการตัดส่วนเกินอย่างไร้ความปรานี เขาปล่อยตัวผู้จัดการทีมที่ไม่มีใจหรือเข้ากับระบบไม่ได้ แม้สโมสรจะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจากการยกเลิกสัญญา แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วย Leaders และการสลายอัตตาเพื่อสร้างวัฒนธรรมที่เป็นหนึ่งเดียว

เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่สาม ผลลัพธ์เริ่มจับต้องได้ การคว้าตัว Gabriel Jesus และ Oleksandr Zinchenko จาก Manchester City ช่วยยกระดับทีมจนก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ได้อย่างเหลือเชื่อ แม้จะจบด้วยความผิดหวังในตอนท้าย แต่ข้อมูลเชิงลึกแสดงให้เห็นว่า Arsenal ได้กลายเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์อย่างเต็มตัวแล้ว ด้วยรูปแบบการเล่นที่สอดประสานและอัตลักษณ์ที่ชัดเจน

ยกระดับสู่ความสมบูรณ์แบบทางแท็กติก

ความพ่ายแพ้ในฐานะรองแชมป์ติดต่อกันไม่ได้ทำให้เขาหยุดนิ่ง การเข้ามาของ Jurrien Timber, David Raya และ Declan Rice ช่วยขยายเพดานความสามารถของทีม Champions League กลับคืนสู่ The Emirates แต่เป้าหมายสูงสุดยังคงเป็นแชมป์ลีก

Arteta ผู้คลั่งไคล้ในการหาความได้เปรียบทางแท็กติก ได้ปรับปรุงแผงหลังจนกลายเป็นแนวรับที่ดีที่สุดในโลก การครองความได้เปรียบในจังหวะ Set pieces และโครงสร้างทีมที่ไร้ที่ติภายใต้การทำงานของทีมโค้ชอย่าง Nicolas Jover และ Albert Stuivenberg รวมถึงการดึง Gabriel Heinze เข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บแนวรับ คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในภารกิจนี้

บทสรุปแห่งความอดทน: แชมป์ Premier League

ในที่สุด เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา เหล่านักเตะก็ได้สลัดคราบ “ทีมเกือบแชมป์” และก้าวขึ้นเป็นแชมป์ Premier League อย่างภาคภูมิ 6 ปีครึ่งหลังจากเริ่มต้น The Process ในที่สุดมันก็ผลิดอกออกผล

เช่นเดียวกับ Arsene Wenger อดีตเจ้านายของเขา Mikel Arteta กลายเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนมาโดยตลอด ความเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมในช่วงที่ผลงานยังไม่นิ่งทำให้เขาถูกปรามาสจากเหล่านักวิจารณ์และโซเชียลมีเดีย ในยุคที่ Pep Guardiola และ Jurgen Klopp ครองเมือง งานหนักของเขามักถูกมองข้ามจากคนภายนอก

โมเดลแห่งความสำเร็จในโลกฟุตบอลสมัยใหม่

ในโลกฟุตบอลที่เน้นผลลัพธ์ฉาบฉวยและการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมเป็นว่าเล่น การตัดสินใจของ Arsenal ที่เลือกเล่นเกมยาวได้กลายเป็นต้นแบบของความสำเร็จ วิสัยทัศน์และความเด็ดเดี่ยวของ Arteta ทำให้เขากลายเป็นขุมกำลังที่น่าเกรงขามทั้งในอังกฤษและยุโรป

เรื่องราวนี้ยังไม่จบลง Mikel Arteta ยังมีโอกาสจารึกชื่อในประวัติศาสตร์อีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ Champions League ปลายเดือนนี้ แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ Arsenal ภายใต้การนำของเขาได้เปลี่ยนวิถีของสโมสรจากความเจ็บปวดในอดีต กลับสู่จุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง

และทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขาเลือกที่จะ Trust the Process