มหาวิหารแห่งความพ่ายแพ้ที่ Westfalenstadion
ภายใต้เพดานเหล็กกล้าและโครงสร้างอันมหึมาของสนามเหย้า Borussia Dortmund กลิ่นอายของความทะเยอทะยานที่ถูกแช่แข็งยังคงอบอวล เมื่อ Bayern Munich ผงาดง้ำค้ำโลกด้วยการคว้าแชมป์ Bundesliga สมัยที่สองติดต่อกัน ทิ้งห่างผู้ตามถึง 16 แต้ม ทิ้งให้เหล่าอัศวินสีเหลืองดำต้องจมปลักอยู่กับความทรงจำสีจางๆ ของปี 2012 ราวกับซากปรักหักพังของอาณาจักรที่ล่มสลาย
แม้แต่ในช่วงเวลาที่ทัพเสือใต้ระส่ำระสายประหนึ่งเครื่องจักรที่ฟันเฟืองบิดเบี้ยว Borussia Dortmund ก็ยังไม่อาจก้าวข้ามธรณีประตูแห่งชัยชนะได้ คำกล่าวของกุนซือ Niko Kovač คล้ายกับการยอมจำนนต่อโชคชะตาว่าอันดับสองคือเพดานที่ไม่อาจต่อยให้แตก แต่สำหรับ Serhou Guirassy บุรุษผู้เปรียบเสมือนหัวเจาะไฮดรอลิกในแดนหน้า เขากลับมองว่านั่นคือความอัปยศที่กัดกินหัวใจ
เสียงสะท้อนจากห้องเครื่อง
“การจบอันดับสองมันทั้งน่าหงุดหงิดและน่ารำคาญใจ” Serhou Guirassy เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นประหนึ่งเสียงค้อนปอนด์กระทบทั่งเหล็ก “ปีนี้ Bayern Munich แข็งแกร่งเหลือเกิน คุณเห็นได้ชัดเจนในเวที Champions League แม้พวกเขาจะปราชัยต่อ PSG ก็ตาม ในสายตาของผม PSG และ Bayern Munich คือสองขุนพลที่เกรียงไกรที่สุดในยุโรปยามนี้”
เขายังกล่าวต่อถึงวิถีแห่งผู้พิชิตว่า “หากต้องการครองบัลลังก์ คุณต้องบดขยี้ Bayern Munich ให้จมดิน เพราะแม้แต่ยักษ์ใหญ่ก็มีจังหวะที่ก้าวพลาด แต่มันช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน สำหรับสโมสรอย่าง Borussia Dortmund อันดับสองไม่ใช่ที่พำนักของเรา เราลงสนามเพื่อล่าถ้วยรางวัล ไม่ใช่เศษเสี้ยวของความยินดี”
คำสาปแห่ง The Zweigelben
ท่ามกลางบรรยากาศที่มาคุ ประโยคทองของ Uli Hoeneß เมื่อปี 2022 ยังคงดังก้องประหนึ่งเสียงระฆังในโบสถ์ร้างที่เตือนสติผู้มาเยือน: “ตราบใดที่พวกเขายังคว้าแชมป์ลีคไม่ได้ พวกเขาก็จะเป็นได้แค่ The Zweigelben (ผู้เป็นที่สองตลอดกาล)”
ในขณะที่โลกฟุตบอลยังคงหมุนไปตามวิถีของมัน เสียงลูกหนังที่กระทบพื้นหญ้าดังกังวาน ‘ตับ’ สะท้อนไปถึงอัฒจันทร์ที่ว่างเปล่า ย้ำเตือนถึงช่องว่างที่ยังถมไม่เต็มระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่า
หญ้าชื้นแฉะสั้นเตียน