บทเรียนจากตำนาน: เมื่อ Freddie Ljungberg ปลุกยักษ์ที่หลับใหล
Jan van Loon อดีตหัวหน้าฝ่ายโค้ชของ Arsenal ยังคงจำเหตุการณ์นั้นได้แม่นยำ ในช่วงที่เขากำลังประคองก้าวแรกของ Freddie Ljungberg ในบทบาทกุนซือทีมชุด under-15s ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ Bukayo Saka ก้าวเข้าสู่ทีม แม้ในขณะนั้น Saka จะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามของอะคาเดมี่ แต่ Ljungberg กลับมองเห็นสัญญาณอันตรายว่าเด็กหนุ่มคนนี้อาจไปไม่ถึงจุดสูงสุดหากไม่ปรับทัศนคติ
ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2016 Ljungberg ได้เอ่ยประโยคที่ Van Loon เชื่อว่าเป็นตัวกำหนดทิศทางอาชีพของปีกรายนี้ ในการประเมินผลแบบตัวต่อตัวที่มีทั้งโค้ชฟิตเนสและ Yomi พ่อของ Saka ร่วมรับฟังด้วย “Bukayo นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เพราะเขายิงประตูได้ต่อเนื่องและทุกอย่างดูจะไปได้สวย” Van Loon เล่าย้อนความหลัง
“แต่ Freddie พูดขึ้นว่า: ‘ความจริงฉันยังไม่พอใจนัก เพราะนายมีศักยภาพมากกว่านี้อีกเยอะ นายต้องหันกลับมามองตัวเองให้ดี ตั้งแต่นี้ไปฉันต้องการเห็น Bukayo ตัวจริง ไม่มีการซ่อนตัวซ้อมไปวันๆ อีกแล้ว นายต้องเป็นคนแรกที่ลงสนามและคนสุดท้ายที่เดินออกไป นายต้องเป็นคนแบกทีมและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ’”
จากคำวิจารณ์สู่การยอมรับ: สถิติที่เปลี่ยนไปหลังการตระหนักรู้
Saka ในวัยเยาว์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่คาดคิดว่าจะได้รับคำวิจารณ์ที่รุนแรงเช่นนี้ แต่เขาก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่านั่นคือความปรารถนาดี “มันเหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อกันจนครบในวินาทีนั้น” Van Loon วิเคราะห์เชิงลึก “หากเราดูข้อมูลย้อนหลัง ก่อนการพูดคุยครั้งนั้น Saka แทบไม่ได้โดดเด่นเหนือใครในแง่ของความทุ่มเท เพราะด้วยพรสวรรค์เพียง 50-60% เขาก็เก่งที่สุดในสนามได้แล้ว แต่นั่นคือกับดักของความสบาย (Comfort Zone)”
หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อ Ljungberg ย้ายไป Wolfsburg ในเดือนกุมภาพันธ์ปีถัดมา Van Loon ที่เข้ามารับช่วงต่อแทบไม่ต้องสั่งการอะไรเลย “Bukayo กลายเป็นคนคุมห้องแต่งตัว จัดการวอร์มอัพ และควบคุมความเข้มข้นในการซ้อม ถ้าใครขี้เกียจ เขาจะสั่งหยุดเซสชั่นทันทีและบอกเพื่อนๆ ว่า ‘เราต้องกดดันให้หนักกว่านี้’ นั่นคือจุดที่เขาทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด”
บททดสอบความแกร่ง: จากฝันร้ายที่ Wembley สู่การเป็นมือสังหารจุดโทษ
เส้นทางของ Saka ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สถิติที่น่าสนใจคือการก้าวขึ้นสู่ทีมชาติ England ชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว แต่กลับต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่จากการพลาดจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศ Euro 2020 พบกับ Italy อย่างไรก็ตาม Chris Powell อดีตผู้ช่วยของ Gareth Southgate ให้ความเห็นว่าเหตุการณ์นั้นกลับสร้าง Strong Mindset ให้กับเขา
“เราไม่ได้แค่ได้ Bukayo คนเดิมกลับมา แต่เราได้นักเตะที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม” Powell กล่าวเสริม ปัจจุบัน Saka กลายเป็นเพชฌฆาตจุดโทษเบอร์ต้นๆ ทั้งในสโมสรและทีมชาติ รวมถึงการทำประตูสำคัญใน Champions League และรายการใหญ่ๆ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่เกินวัย 24 ปีของเขา
แท็กติกรับมือ PSG: ดวลเดือดกับ Nuno Mendes
ในแมตช์สำคัญที่จะพบกับ Paris Saint-Germain ทาง Jimmy Floyd Hasselbaink อดีตดาวยิงระดับตำนานที่เคยร่วมงานกับ Saka ในแคมป์ทีมชาติ ได้ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ว่า “หัวใจสำคัญคือการโจมตี Nuno Mendes ให้หนัก เพื่อบีบให้เขาต้องพะวงกับการเล่นเกมรับและไม่สามารถเติมเกมรุกได้”
สถิติบ่งชี้ว่าเมื่อ Saka ได้รับบทบาทผู้นำในเกมรุก เขามักจะสร้างความแตกต่างได้เสมอ “ในเกมใหญ่ เขาไม่เคยหายไปจากเกม” Hasselbaink ทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ Van Loon สรุปไว้ว่า Saka ในวันนี้คือผลผลิตของความพยายามที่เริ่มจากบทสนทนาเล็กๆ ในห้องประเมินผลเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างแท้จริง