มหาบุรุษผู้กุมชะตา Newcastle: Kevin Keegan กับการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับเงื้อมเงาแห่งมะเร็ง

บทเพลงสรรเสริญแด่ ‘King Kev’ ในวันที่ฟ้าเหนือ Tyneside หม่นแสง

ท่ามกลางบรรยากาศอันขลังของ Tyne Theatre and Opera House สถานที่ซึ่งอวลไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และการละคร Kevin Keegan อดีตแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ของ England และ Newcastle ได้เปิดเผยความจริงอันหนักหน่วงต่อหน้าสาธารณชนว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับโรคมะเร็งระยะที่สี่ ซึ่งเปรียบเสมือนพายุลูกใหญ่ที่พัดเข้าหาชายผู้เคยเป็นดั่งแสงอาทิตย์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ

“พวกเขาก็บอกผมว่า เรามีหมอฝีมือฉกาจกับวิธีการใหม่ที่จะต่อสู้กับสิ่งที่คุณเป็นอยู่ ซึ่งก็คือมะเร็งระยะที่สี่” Keegan กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเปี่ยมด้วยพลังอันเป็นเอกลักษณ์ “หมอคนนั้นเป็นแฟนบอล Liverpool ผมเลยไปพบเขา ผมรู้ดีว่าผมจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย คุณคงเข้าใจความหมายที่ผมสื่อนะ” คำพูดของเขาดังก้องไปทั่วโถงโรงละคร ราวกับเสียง ‘thwack’ ของลูกบอลที่ถูกหวดอย่างแม่นยำข้ามสนามหญ้าอันเขียวขจี

ป้อมปราการแห่งความทรงจำที่ St James’ Park

ทางด้านสโมสร Newcastle เปรียบเสมือนบ้านที่สร้างขึ้นจากอิฐและเหล็กกล้าแห่งความผูกพัน ได้ส่งสาส์นผ่านสื่อโซเชียลเพื่อเป็นกำลังใจให้บุรุษผู้เป็นดั่งเสาหลักของสโมสร โดยยืนยันว่าประตูของ St James’ Park จะเปิดกว้างต้อนรับเขาเสมอ “Kevin Keegan ครองพื้นที่พิเศษและล้ำค่าในหน้าประวัติศาสตร์ของ Newcastle และในหัวใจของแฟนบอลเรา ความหลงใหลและความเป็นผู้นำของเขาได้หล่อหลอมช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของเมืองนี้”

หากเปรียบกองหลังเป็นดั่งคานเหล็กไอ-บีมในโครงสร้างตึก Keegan ก็คือวิศวกรผู้วางรากฐานความรุ่งโรจน์ เขาเริ่มอาชีพกับ Scunthorpe ก่อนจะถูกดึงตัวไปสู่ Liverpool ในปี 1971 ที่นั่นเขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 3 สมัย, Uefa Cups 2 สมัย, FA Cup และถ้วยใบใหญ่ที่สุดอย่าง European Cup ในปี 1977 นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของรางวัล Ballon d’Or ถึงสองสมัยในช่วงที่ค้าแข้งกับ Hamburg ก่อนจะย้ายไป Southampton และปิดฉากการเป็นนักเตะที่ Newcastle ในปี 1984

เส้นทางของ ‘เหล่าอัครสาวกแห่งผืนหญ้า’

ในบทบาทกุนซือ Keegan คือผู้ปลุกวิญญาณ Newcastle ให้ฟื้นคืนชีพในปี 1992 เขานำทีมเลื่อนชั้นสู่ Premier League และเกือบจะคว้าแชมป์ในฤดูกาล 1995-96 หากไม่ถูก Manchester United ปาดหน้าไปอย่างหวุดหวิด เส้นทางคุมทีมของเขายังผ่านทั้ง Fulham, ทีมชาติ England และ Manchester City ก่อนจะหวนคืนสู่รังสาลิกาดงอีกครั้งในปี 2008

ในช่วงท้ายของงาน Keegan ได้ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สั่นสะเทือนอารมณ์ดั่งเสียงระฆังยามเย็น “ผมอยากกลับไปกล่าวคำอำลาที่ St James’ Park ผมไม่มีโอกาสได้ทำแบบนั้นเลยตอนที่จากสโมสรมาครั้งล่าสุด” มันคือความปรารถนาของชายผู้ใช้ชีวิตอยู่ใต้แสงไฟสปอร์ตไลท์มาค่อนชีวิต และต้องการกลับไปสัมผัสกลิ่นอายของสนามฟุตบอลที่เขาหลงรักเป็นครั้งสุดท้าย

หญ้ายังชื้นแฉะ.