วิเคราะห์โอกาส Manchester United คว้าตัว Joao Gomes หลังสถานการณ์บีบคั้นที่ Molineux

สถิติชี้ชัด: เมื่อการตกชั้นของ Wolverhampton Wanderers กลายเป็นโอกาสทองของปีศาจแดง

ภายหลังผลการแข่งขัน Premier League เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยืนยันในทางทฤษฎีและปฏิบัติว่า Wolverhampton Wanderers จะจบอันดับที่ 20 ของตารางและต้องกระเด็นตกชั้นสู่ Championship ประตูแห่งโอกาสก็ได้เปิดกว้างให้ Manchester United เดินหน้าคว้าตัวเป้าหมายสำคัญอย่าง Joao Gomes ทันที

ผลการเสมอระหว่าง Crystal Palace และ West Ham คือตัวแปรสำคัญที่ตอกฝาโลงให้ทีมจากถิ่น Molineux ต้องยอมรับชะตากรรมที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยสโมสรต้องเตรียมตัวลงไปเล่นนอกลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ซึ่งในเชิงสถิติแล้ว การตกชั้นมักตามมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรผู้เล่นที่มีมูลค่าสูงสุดในทีม

Joao Gomes: จากเรดาร์ของแมวมองสู่เป้าหมายที่เป็นรูปธรรม

มีความเป็นไปได้สูงที่ Rob Edwards จะไม่สามารถรั้งตัวสตาร์ระดับแถวหน้าของทีมไว้ได้ โดยเฉพาะ Joao Gomes มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติบราซิลที่มีข่าวเชื่อมโยงกับ Manchester United มาอย่างยาวนาน ข้อมูลจาก ESPN ระบุว่าสโมสรได้ส่งแมวมองติดตามฟอร์มของเขามาตั้งแต่สมัยที่เขาเริ่มสร้างชื่อกับ Flamengo

Wolverhampton Wanderers ปาดหน้าคว้าตัวเขามาในราคา 15 ล้านปอนด์เมื่อเดือนมกราคม 2023 จากสโมสรในวัยเด็กที่เขาอยู่มาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดของทีมจาก West Midlands แม้ผลงานโดยรวมของทีมจะถดถอยลงก็ตาม

ผลงานระดับ Man of the Match ที่ Old Trafford

หากย้อนกลับไปดูบันทึกการแข่งขันเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในเกมที่ Wolverhampton Wanderers บุกมาแบ่งแต้มจาก Old Trafford ด้วยสกอร์ 1-1 Joao Gomes คือผู้เล่นที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดจนคว้ารางวัล Man of the Match ไปครอง ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะเล่นในระดับสูง

ในวัย 25 ปี Joao Gomes สะสมประสบการณ์ใน Premier League ไปแล้วถึง 112 นัด ตลอดระยะเวลา 3 ปีครึ่งในอังกฤษ พร้อมสถิติจำนวนนาทีในสนามรวมกว่า 8,775 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของสภาพร่างกายและความสม่ำเสมอ (Consistency) ที่ Manchester United กำลังขาดหายไป

กลยุทธ์การเสริมทัพภายใต้การนำของ INEOS

แม้ Joao Gomes อาจจะไม่ได้ถูกมองว่าเป็น ‘Marquee Signing’ หรือการเซ็นสัญญาที่หวือหวาเท่ากับ Adam Wharton หรือ Elliot Anderson แต่เมื่อพิจารณาจากภาระงานที่เพิ่มขึ้นจากการกลับไปเล่นใน Champions League และความจำเป็นในการหาตัวแทนระยะยาวของ Casemiro การมีมิดฟิลด์ที่ไว้ใจได้มากกว่าหนึ่งรายจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง

ด้วยสถานการณ์ที่ต้นสังกัดตกชั้น INEOS อาจใช้ความได้เปรียบนี้ในการเจรจาค่าตัวที่ถูกลงกว่าปกติ (Cut-price fee) ซึ่งถือเป็นหมากเกมที่ชาญฉลาดในเชิงเศรษฐศาสตร์ฟุตบอล และเราอาจได้เห็นความคืบหน้าในดีลนี้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า