บทส่งท้ายแห่งความศรัทธา: Antoine Griezmann กับการร่ายรำครั้งสุดท้ายใต้เงา Metropolitano

มหากาพย์บทสุดท้ายของบุตรแห่งลุ่มน้ำ Manzanares

ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยไอหมอกแห่งความทรงจำ Antoine Griezmann ยอดขุนพลผู้ลงหามรบให้ Atletico Madrid มาถึง 494 นัด พร้อมฝากรอยเท้าเป็นประตูไว้ถึง 212 ลูก กำลังเตรียมตัวก้าวเดินสู่เส้นทางใหม่ ทว่าก่อนที่แสงไฟจะดับลง เขายังมีภารกิจศักดิ์สิทธิ์ใน Champions League รอบรองชนะเลิศนัดแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับ Arsenal

ในห้องแถลงข่าวที่อัดแน่นไปด้วยมวลอากาศอันหนักอึ้ง Diego Simeone กุนซือผู้เปรียบเสมือนสถาปนิกผู้สร้างทีมด้วยอิฐและปูน ได้ทำในสิ่งที่สั่นสะเทือนอารมณ์ความรู้สึก เขาไม่ได้เริ่มด้วยแท็กติก แต่เริ่มด้วยคำสดุดีต่อศิษย์เอกผู้กำลังจะย้ายไปซบ Orlando City เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

“ผมอยากขอบคุณในความตรากตรำและความอ่อนน้อมของนาย” กุนซือชาวอาร์เจนไตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กังวานไปด้วยความเคารพ ทำเอา Antoine Griezmann ถึงกับชะงักงัน “นายคือบุคคลที่น่าเลื่อมใสในสังคมที่เยาวชนต้องการต้นแบบเช่นนาย ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่มอบให้เรา และทุกสิ่งที่นายยังคงจะมอบให้ต่อจากนี้”

รอยร้าวในอดีตกับ ‘ปืนใหญ่’ ที่เกือบจะกลายเป็นโชคชะตา

หากย้อนเข็มนาฬิกากลับไปในปี 2013 เส้นทางของเขาเกือบจะไม่ได้บรรจบกับทัพตราหมี ในอัตชีวประวัติของเขา Antoine Griezmann เผยความลับที่เกือบจะทำให้เขาได้สวมยูนิฟอร์มของ Arsenal ภายใต้การนำของ Arsene Wenger

“ผมรอแล้วรอเล่า” เขาเขียนบรรยายถึงความเงียบงันในตอนนั้น “จนกระทั่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนตลาดปิด พวกเขาบอกว่า Arsenal จะไม่ขยับตัว ผมไม่ชอบการถูกสัญญาแล้วเลือนหาย ดังนั้นเมื่อเอเยนต์บอกผมในภายหลังว่าทีมจากลอนดอนสนใจอีกครั้ง ผมบอกเขาไปว่า ‘ลืมมันไปเสียเถอะ หลังจากที่พวกเขาทำกับเราแบบนั้น'”

หนึ่งปีให้หลัง เขาจึงตกลงปลงใจเข้าสู่โรงงานเหล็กของ Diego Simeone ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการกลายเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

อัครสาวกแห่งผืนหญ้า: นิยามของคำว่า ‘Atletico’

สำหรับสาวกใน Metropolitano ตัวเลขสถิตินั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความจริง เพราะ Antoine Griezmann คือการจุติของจิตวิญญาณสโมสร เขาไม่ใช่แค่กองหน้า แต่เป็นเหมือน คานเหล็กกล้า (Iron Girders) ในแนวรับ และเป็น เครื่องจักรไอน้ำ (Steam-shovels) ในยามขับเคลื่อนเกมรุก

เขาคือผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดในปรัชญาของ Diego Simeone ความมุ่งมั่นที่ไร้ขีดจำกัด การวิ่งที่ไม่มีวันเหนื่อยหน่าย และการยอมสละอีโก้ของแชมป์โลกเพื่อรับใช้ทีม แม้ตู้โชว์ความสำเร็จของเขาจะมีเพียง Spanish Super Cup, Europa League และ Uefa Super Cup แต่มรดกที่เขาทิ้งไว้คือมาตรฐานของนักสู้ที่ผสมผสานพรสวรรค์เข้ากับหยาดเหงื่อได้อย่างหมดจด

การเยียวยาบาดแผลลึกด้วยถ้วยหูใหญ่

แม้จะเพิ่งพ่ายแพ้ในนัดชิง Copa del Rey ต่อ Real Sociedad แต่ Antoine Griezmann ยังคงมุ่งมั่นที่จะปิดฉากนิยายรักฉบับนี้ให้งดงามที่สุด ภาพที่เขาวิ่งกลับออกมาจากอุโมงค์หลังจบเกมชนะ Barcelona เพื่อเต้นรำและขอบคุณแฟนบอลท่ามกลางเสียงกู่ร้องที่ดังก้องสนาม คือเครื่องยืนยันถึงสายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด

ทั้งตัวเขาและ Atletico Madrid ต่างมีความโหยหาที่เหมือนกัน นั่นคือถ้วย Champions League ที่เคยหลุดลอยไปในปี 1974, 2014 และ 2016 “มันจะช่วยเยียวยาบาดแผลที่ลึกที่สุด ทางเดียวที่จะชนะความเจ็บปวดนั้นได้คือการคว้าแชมป์ในปีนี้” เขากล่าว

การเผชิญหน้ากับ Arsenal ในรอบรองชนะเลิศนี้จะเป็นบทสุดท้ายในยุโรปของเขา หรือจะเป็นเพียงสะพานไฟที่ทอดไปสู่รอบชิงชนะเลิศที่ Budapest เพื่อจารึกชื่อไว้เป็นตำนานนิรันดร์?

พรมเขียวเรียบกริบ.