การกลับมาที่สมบูรณ์แบบ: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในเชิงตัวเลข
ในเกมนัดที่ 4 ของศึก League Cup ทางด้าน Universidad de Chile ได้สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซด้วยการถล่ม Deportes La Serena ไปถึง 5-0 ซึ่งถือเป็นสกอร์ที่ขาดลอยที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การพบกันของทั้งสองทีม
ทีมของ Fernando Gago แสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จตั้งแต่นกหวีดเริ่มเกม หากพิจารณาจากสถิติการครองบอลและการเข้าทำ Universidad de Chile ฉวยโอกาสจากข้อผิดพลาดในแนวรับของคู่แข่งที่ดูจะขาดสมาธิและไม่สามารถปรับตัวเข้ากับจังหวะของเกมได้เลย
ประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้าย: 3 ประตูในครึ่งแรก
เส้นทางสู่ชัยชนะถูกปูไว้อย่างรวดเร็วด้วยความเฉียบคมของแผงเกมรุก Agustín Arce เบิกสกอร์แรกให้ทีมนำในนาทีที่ 12 ก่อนที่ Juan Martín Lucero จะบวกประตูที่สองในนาทีที่ 32 ซึ่งหากย้อนดูสถิติย้อนหลัง การทำประตูได้ในช่วง 30 นาทีแรกมักจะการันตีชัยชนะให้ทีมได้สูงถึง 85%
ก่อนจบครึ่งแรกเพียงไม่นาน Ignacio Vásquez ก็ซัดประตูให้ทีมหนีห่างเป็น 3-0 ส่งผลให้สถานการณ์ในครึ่งหลังแทบจะกลายเป็นการซ้อมใหญ่สำหรับลูกทีมของ Fernando Gago
Maximiliano Guerrero กับสถิติ Brace ที่รวดเร็ว
ในครึ่งเวลาหลัง Universidad de Chile ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นและไม่ลดละความพยายาม โดยเฉพาะผลงานของ Maximiliano Guerrero ที่ทำ Brace หรือสองประตูติดต่อกันในนาทีที่ 62 และ 64 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการทำสองประตูที่รวดเร็วที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ ช่วยปิดกล่องชัยชนะอย่างเป็นทางการ
ตารางคะแนนและสถานการณ์ใน Group D
จากผลลัพธ์ในนัดนี้ ส่งผลให้ Universidad de Chile ทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งจ่าฝูงของ Group D โดยมี 7 คะแนน เท่ากับ Audax Italiano และ Unión La Calera ในสถานการณ์ที่ขับเคี่ยวกันเช่นนี้ Goal Difference หรือผลต่างประตูได้เสียที่บวกเพิ่มมาถึง 5 ลูกในนัดเดียว จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินแชมป์กลุ่ม
ในทางตรงกันข้าม สถานการณ์ของ Deportes La Serena เข้าขั้นวิกฤต พวกเขาจมอยู่อันดับบ่ายของตารางด้วยการมีเพียง 1 คะแนน และในทางทฤษฎีถือว่าเกือบจะหมดสิทธิ์ลุ้นเข้ารอบต่อไปอย่างถาวร หลังจากโชว์ฟอร์มที่สร้างความกังขาให้กับแฟนบอลก่อนจะเข้าสู่โปรแกรมการแข่งขันที่เหลือในฤดูกาลนี้