สงครามที่ยังไม่สิ้นสุด ณ ปราการเหล็กแห่ง Espanyol
ภายใต้โดมท้องฟ้าที่ขมุกขมัวของแคว้นคาตาลัน สนาม Espanyol ยืนตระหง่านดั่งโรงละครที่รอคอยการล่มสลายของจักรวรรดิสีขาว ทว่า Vinícius Júnior กลับไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เขาร่ายมนตร์สังหารสองประตูในชัยชนะ 2-0 เหนือ Espanyol เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นการขัดขวางไม่ให้จ่าฝูงอย่าง Barcelona ได้สวมมงกุฎแชมป์ La Liga เร็วกว่าที่ควรจะเป็น
หากพลพรรคของ Álvaro Arbeloa พลาดพลั้งเพียงก้าวเดียวในนัดนี้ ถ้วยรางวัลคงถูกส่งมอบไปยังคู่อริตลอดกาลทันที แต่ชัยชนะครั้งนี้ช่วยบีบช่องว่างให้เหลือ 11 คะแนน ในขณะที่ปฏิทินการแข่งขันเหลือเพียง 4 หน้าสุดท้ายเท่านั้น Barcelona ยังคงต้องรอคอยการเถลิงบัลลังก์สมัยที่ 29 ซึ่งโอกาสถัดไปคือการเปิดบ้านรับศึก El Clásico กับ Real Madrid ในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีเพียงชัยชนะของทีมเยือนเท่านั้นที่จะหยุดยั้งกองทัพของ Hansi Flick ไม่ให้ปิดฉากสงครามครั้งนี้ได้
เสียงสะท้อนของโลหะและวิญญาณในเขตโทษ
Real Madrid ย่างกรายเข้าสู่สนามด้วยสภาพที่บอบช้ำ ไร้เงาของ Kylian Mbappé หัวหอกตัวฉกาจที่บาดเจ็บ และสถิติอันย่ำแย่ที่ชนะเพียง 3 จาก 9 นัดหลังสุด พวกเขารู้ดีว่าชัยชนะครั้งนี้อาจเป็นเพียงการยื้อเวลาแห่งความเงียบเหงาในฤดูกาลที่ไร้ถ้วยรางวัลใบใหญ่ประดับตู้โชว์
ในช่วงครึ่งแรก บอลที่ถูกส่งออกจากเท้าของนักเตะ Real Madrid เดินทางด้วยวิถีที่แม่นยำดั่งฟันเฟืองเครื่องจักร แต่กลับไร้ซึ่งความตายตัวในจังหวะสุดท้าย Vinícius Júnior เกือบจะเบิกสกอร์ได้จากลูกยิงที่แฉลบไปกระทบเสาเหล็ก เสียง ‘เคร้ง’ ของลูกหนังกระทบโลหะดังก้องไปทั่วอัฒจันทร์ เขาต้องเผชิญหน้ากับ Omar El Hilali ปราการหลังของ Espanyol ที่ยืนปักหลักดั่งเสาเข็มคอนกรีต การปะทะกันของทั้งคู่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดจนนำไปสู่ใบเหลืองของดาวเตะบราซิล และเกือบจะเป็นใบแดงของกองหลังชาวโมร็อกโก ก่อนที่ระบบ VAR จะลดทอนโทษลงเหลือเพียงใบเหลืองท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่ดุดัน
จังหวะสังหารและท่วงทำนองของชัยชนะ
เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง Vinícius Júnior ก็ปลดปล่อยความอัดอั้น เขาทำชิ่งกับตัวสำรองอย่าง Gonzalo García ก่อนจะใช้ความพริ้วไหวประดุจสายลมพัดผ่านแนวรับ Espanyol สองราย แล้วส่งลูกหนังพุ่งวาบเข้าไปที่เสาแรกอย่างเยือกเย็น
สิบนาทีต่อมา ความงดงามที่แท้จริงก็บังเกิด Jude Bellingham ใช้ส้นเท้าสะกิดบอลส่งต่อให้ Vinícius Júnior ในเขตโทษ ก่อนที่เขาจะตวัดเท้าส่งลูกหนังโค้งเป็นวงสุนทรีย์พุ่งเสียบสามเหลี่ยมบนอย่างหมดจด เป็นการปิดฉากการต่อต้านของเจ้าบ้านอย่างราบคาบ ขณะที่ผลการแข่งขันคู่อื่น Celta Vigo ยังคงกำชัยเหนือ Elche 3-1 และ Getafe พ่ายคาบ้านต่อ Rayo Vallecano 0-2
ปาฏิหาริย์ที่ริมฝั่งแม่น้ำ Aare
ข้ามฟากไปที่สวิตเซอร์แลนด์ สโมสร Thun ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาและก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1898 ได้สร้างตำนานบทใหม่ด้วยการคว้าแชมป์ Super League อย่างเหนือความคาดหมาย แม้ฟอร์มในช่วงหลังจะสะดุดจนแฟนบอลใจหาย แต่ความพ่ายแพ้ของ St Gallen ต่อ Sion 0-3 ก็ส่งให้พวกเขาเถลิงแชมป์ด้วยคะแนนทิ้งห่าง 11 แต้ม
ในค่ำคืนที่เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำ Aare แฟนบอลต่างมารวมตัวกันหน้าจอขักษ์เพื่อดูความล่มสลายของคู่แข่ง เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย งานเลี้ยงฉลองที่รอคอยมานานก็ระเบิดขึ้น บาร์และร้านอาหารได้รับอนุญาตให้เปิดทำการตลอดทั้งคืน เพื่อรอรับการกลับมาของ Mauro Lustrinelli และเหล่านักรบของเขาที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสร
หญ้าชุ่มน้ำค้าง.