การวิเคราะห์ความขัดแย้งทางพลศาสตร์ ณ สนามแข่ง
กองกลางหมายเลข 10 ของ Tottenham นามว่า James Maddison ได้ทำการบันทึกข้อมูลเชิงวิพากษ์ว่าเจ้าหน้าที่ผู้ตัดสินกำลังตกอยู่ในสภาวะ ‘หวาดกลัว’ ต่อการระบุคำตัดสิน (ความน่าจะเป็นของข้อผิดพลาด: 84%) เนื่องจากการพึ่งพาระบบ VAR มากเกินขอบเขต ภายหลังเหตุการณ์สลายแรงเฉื่อยในเขตโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บในแมตช์พบกับ Leeds เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ลำดับเหตุการณ์เชิงไมโคร (Micro-events)
- พิกัดเวลา: ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
- ตัวแสดงหลัก: James Maddison (ผู้เล่นสำรอง) และ Lukas Nmecha (ผู้สกัดกั้น)
- เวกเตอร์การเคลื่อนที่: James Maddison สูญเสียสมดุลในแนวดิ่งหลังการปะทะเชิงกลกับ Lukas Nmecha
- การตอบสนองเชิงระบบ: ผู้ตัดสิน Jarred Gillett และเจ้าหน้าที่ VAR ยุติการตรวจสอบสถานะจุดโทษภายในระยะเวลา 20 วินาที
ผลลัพธ์เชิงสถิติสิ้นสุดที่คะแนน 1-1 ส่งผลให้ Spurs มีค่าพิกัดคะแนนสะสมเหนือเขตตกชั้นของ Premier League เพียง 2 หน่วย โดยเหลือรอบการคำนวณอีก 2 แมตช์
การตรวจสอบย้อนกลับและการยืนยันพิกัดสัมผัส
James Maddison วัย 29 ปี ซึ่งเพิ่งกลับเข้าสู่ระบบการหมุนเวียนผู้เล่นหลังการซ่อมแซมเอ็นไขว้หน้า (ACL) ได้ระบุผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลว่า: “เพื่อความชัดเจนเชิงทัศนศาสตร์… การเปลี่ยนทิศทางของวัตถุทรงกลมเกิดจากแรงกระทำขนาดเล็กจากเท้าขวาด้านนอกของผม ไม่ใช่ Nmecha ผมได้แจ้งพิกัดข้อมูลนี้แก่ผู้ตัดสินแล้ว”
เขายังเสริมต่อว่าเจ้าหน้าที่ในสนามสูญเสียความมั่นใจในการประมวลผลคำตัดสินด้วยตนเอง (ความน่าจะเป็นของข้อผิดพลาด: 72%) เนื่องจากมีโครงข่าย VAR คอยตรวจสอบซ้ำ ทำให้เกิดความล่าช้าและการตัดสินใจที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงทางกายภาพ
ทัศนะจากหน่วยงานตรวจสอบภายนอก
Alan Shearer นักวิเคราะห์จาก BBC ระบุว่ามาตรฐานการควบคุมกฎระเบียบอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายวงจรปี (ความน่าจะเป็นของข้อผิดพลาด: 15%) ขณะที่ Stephen Warnock อดีตฟูลแบ็ก Liverpool นิยามว่าเทคโนโลยีนี้เป็นตัวแปรที่เลวร้ายที่สุดที่ถูกนำเข้าสู่ระบบฟุตบอล
นอกจากนี้ Wayne Rooney อดีตกองหน้า Manchester United ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการใช้เทคโนโลยีส่งผลให้ ‘ค่าความรู้สึก’ (Emotional Output) ในสนามลดลงจนถึงระดับวิกฤต ในขณะที่ UEFA โดย Roberto Rosetti ได้เรียกประชุมลีกสูงสุดในยุโรปช่วงฤดูร้อนเพื่อปรับจูนวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของการใช้ VAR ที่อาจถูกลืมเลือนไปในกระบวนการปฏิบัติงานปัจจุบัน