Man City กดดัน Arsenal ต่อเนื่องหลังถล่ม Palace
การทำแอสซิสต์ระดับอัจฉริยะในครึ่งแรกของ Phil Foden และการกลับคืนสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยม คือตัวจุดประกายที่ Manchester City ต้องการอย่างยิ่งเพื่อรักษาโอกาสในเส้นทางลุ้นแชมป์ Premier League ฤดูกาลนี้ที่กำลังทวีความเข้มข้น
ดาวเตะวัย 25 ปี จัดการทำทางให้เพื่อนทำประตูได้ถึงสองลูกในชัยชนะเหนือ Crystal Palace 3-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมของ Pep Guardiola ตามหลังจ่าฝูงอย่าง Arsenal เพียง 2 แต้มขณะเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล
ก่อนที่ Foden จะโชว์ลูกตอกส้นสุดมหัศจรรย์ให้ Antoine Semenyo ยิงประตูเบิกร่อง City ดูจะมีปัญหาในการต่อเกมหลังจาก Guardiola ตัดสินใจเสี่ยงปรับทัพถึง 6 ตำแหน่ง โดยพักแกนหลักอย่าง Erling Haaland, Rayan Cherki และ Jeremy Doku เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนัดชิงชนะเลิศ FA Cup ที่จะพบกับ Chelsea ในวันเสาร์นี้
สถิติที่น่าสนใจ: การกลับมาของอัจฉริยะจากอะคาเดมี่
แม้ Foden จะทำไป 10 ประตูจาก 48 นัดในฤดูกาลนี้ แต่ประตูสุดท้ายของเขาต้องย้อนกลับไปถึงวันที่ 14 ธันวาคมปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงสถิติในเกมนี้บ่งชี้ว่าเขายังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญ:
- สร้างสรรค์โอกาส (Chances Created) 5 ครั้งในครึ่งแรก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดต่อหนึ่งครึ่งเวลาใน Premier League ฤดูกาลนี้
- ทำ 2 แอสซิสต์ในเกมเดียวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023
- เป็นการทำ 2 แอสซิสต์ในครึ่งแรกครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้งในลีกของเขา
“บางครั้งความเสี่ยงก็คุ้มค่าที่จะลอง” Foden กล่าวถึงจังหวะตอกส้น “ผมดีใจมากที่มันสำเร็จและเราได้ประตูจากจังหวะนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือสามแต้มเพื่อทีม”
อนาคตในทีมชาติและ World Cup
ในมุมมองเชิงเทคนิค Micah Richards อดีตกองหลัง City วิเคราะห์ผ่าน Sky Sports ว่า Foden คือผู้เล่นประเภทยูนิคอร์นที่สามารถปลดล็อกเกมรับแบบ Low Block ได้ แม้ว่า Thomas Tuchel กุนซือทีมชาติ England จะยังไม่การันตีโควตาไปลุย World Cup รอบสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์นี้ก็ตาม
หากพิจารณาจาก Football IQ และวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอล Foden ยังคงมีมาตรฐานที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย แม้ในช่วงที่ฟอร์มดรอปลงไปจากปัญหาอาการบาดเจ็บและปัจจัยนอกสนามตามที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อฤดูกาลก่อน
สถานการณ์ลุ้นแชมป์: ตัวเลขที่ไม่เคยโกหก
ปัจจุบัน Arsenal กุมชะตาชีวิตตัวเอง หากชนะ Burnley และ Crystal Palace ในสองนัดสุดท้าย พวกเขาจะคว้าแชมป์ทันที แต่ Man City ยังคงมีแต้มต่อในเรื่อง Goal Difference (ผลต่างประตูได้เสีย) ที่นำอยู่ 1 ประตู
หาก City เก็บชัยชนะเหนือ Bournemouth ได้ การตัดสินแชมป์จะถูกลากยาวไปถึงวันสุดท้ายของฤดูกาล (24 พฤษภาคม) ซึ่งพวกเขาจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ Aston Villa โดย Guardiola ย้ำชัดว่า “ถ้าพวกเขา (Arsenal) ชนะรวด เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่เราต้องพร้อมอยู่ตรงนั้นเสมอหากมีอะไรผิดพลาด”