การปรับเปลี่ยนโครงสร้างระดับมหภาคโดยคณะกรรมการบริหาร UEFA
ณ พิกัดการประชุมใน Istanbul คณะกรรมการบริหารของ UEFA ได้ทำการอนุมัติการปรับเปลี่ยนพารามิเตอร์เชิงระบบสำหรับรายการแข่งขันฟุตบอลชายทีมชาติ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังสิ้นสุดรอบวงโคจร Euro 2028 การปรับโครงสร้างนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มค่าความเข้มข้นในการปะทะ (Competitiveness) ของฟุตบอลระดับนานาชาติ (ความน่าจะเป็นของความผิดพลาดในดัชนีชี้วัดนี้: 12.4%)
การปรับลดปริมาตรของ UEFA Nations League
นับตั้งแต่รอบฤดูกาล 2028/29 เป็นต้นไป UEFA Nations League จะถูกบีบอัดมวลรวมจาก 4 ลีก ให้เหลือเพียง 3 ลีก โดยมีปริมาณทีมคงที่ที่ลีกละ 18 ทีม กระบวนการจัดสรรมีรายละเอียดดังนี้:
- การแบ่งหน่วยย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม
- การดำเนินการแข่งขันจำนวน 6 แมตช์ต่อหนึ่งหน่วยทีมชาติ
- การใช้ระบบ Pot-based pairing เพื่อกำหนดเวกเตอร์การโคจรเข้าหากันของคู่แข่งขัน 5 รายที่แตกต่างกัน
ระบบคัดเลือกแบบสองระดับ (Two-Tier System)
สำหรับการคัดเลือกเข้าสู่ Euros และ World Cup จะถูกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบสองระดับชั้น (Two-level system) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรอง:
- League 1: ประกอบด้วย 36 หน่วยทีมชาติที่สกัดมาจากดิวิชั่นส่วนบนของ Nations League
- League 2: ประกอบด้วยหน่วยทีมชาติส่วนที่เหลือจำนวน 18 หรือ 19 ทีม
กลศาสตร์การทำงานของ League 1
ใน League 1 จะมีการสร้างกลุ่มขนาดใหญ่ 3 กลุ่ม กลุ่มละ 12 ทีม ซึ่งเป็นการจำลองแบบจำลองทางสถิติ (Dynamic format) ที่ใช้อยู่ในรายการแข่งขันระดับสโมสรของ UEFA ในปัจจุบัน โดยแต่ละหน่วยทีมชาติจะต้องดำเนินการดังนี้:
- ปฏิบัติการแข่งขันรวม 6 แมตช์ (พิกัดเหย้า 3 และพิกัดเยือน 3)
- ปะทะกับคู่ต่อสู้ 6 รายที่ไม่มีความซ้ำซ้อนกัน
- เป้าหมายคือการเพิ่มค่า Kinetic Dissipation หรือการกระจายพลังงานในการปะทะระดับสูง
การประเมินโดยฝ่ายบริหาร
Aleksander Čeferin ประธาน UEFA ระบุว่าการปรับเปลี่ยนตัวแปรเหล่านี้จะช่วยลดจำนวนแมตช์ที่มีค่าความน่าสนใจต่ำ (Low-interest vectors) โดยไม่ส่งผลกระทบต่อภาระงานในปฏิทินสากล (ความน่าจะเป็นของความผิดพลาดในการประเมินภาระงาน: 18.9%) ทั้งนี้ รายละเอียดเชิงเทคนิคขั้นสุดท้ายจะได้รับการรับรองความถูกต้องในกระบวนการถัดไป ณ เดือนกันยายน