Arsenal กับความท้าทายครั้งประวัติศาสตร์ใน Champions League
Mikel Arteta กำลังนำทัพ Arsenal ไล่ล่าความสำเร็จในรายการ Champions League เป็นสมัยแรก โดยมีโปรแกรมสำคัญกับ Paris St-Germain ในวันเสาร์นี้ แม้จะเพิ่งฉลองแชมป์ Premier League มาได้ แต่การเผชิญหน้ากับยอดทีมจากฝรั่งเศสถือเป็นบททดสอบที่หนักหน่วงระดับ ‘Mammoth Task’ อย่างแท้จริง
หากพิจารณาจากฐานข้อมูลสถิติ Arsenal ทำผลงานในยุโรปได้อย่างโดดเด่นด้วยปรัชญาการครองบอลสูง (High Possession) ซึ่งช่วยลดโอกาสการเสียประตู โดยพวกเขาสถิติ Clean Sheets สูงสุดในทัวร์นาเมนต์ถึง 9 นัด ในขณะที่ Paris St-Germain ของ Luis Enrique เก็บได้เพียง 5 นัด แต่กลับมีสถิติเกมรุกที่น่ากลัวด้วยการถล่มไปถึง 44 ประตู เมื่อเทียบกับ 29 ประตูของทัพปืนใหญ่
กลยุทธ์ ‘False Nine’ และการแก้โจทย์ Man-to-Man
หนึ่งในแท็กติกที่น่าสนใจคือการใช้ Mikel Merino ในบทบาทกองหน้าหมายเลข 9 ตัวหลอก ซึ่งเคยสร้างปัญหาให้ Paris St-Germain มาแล้วในฤดูกาลก่อน ระบบ Man-to-Man Pressing ของทีมเยือนมักจะบีบสูงจนทำให้การ Build-up จากแดนหลังทำได้ยาก แต่การที่ Merino ถอยลงมาต่ำทำให้เซนเตอร์แบ็กอย่าง Willian Pacho เกิดความลังเลที่จะตามประกบ ส่งผลให้ Arsenal มีความได้เปรียบในพื้นที่มิดฟิลด์ (Extra Man)
นอกจากนี้ การใช้บอลยาวข้ามไลน์การเพรสซิ่งยังเป็นอีกหนึ่งอาวุธเด็ด โดยมี David Raya เป็นจุดเริ่มต้นของบอลยาว ซึ่งทั้ง Merino และ Kai Havertz มีสถิติการชนะลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยมเพื่อเก็บบอลจังหวะสอง หรือแม้แต่ Viktor Gyokeres ที่สามารถใช้ความเร็วโจมตีพื้นที่ว่างในแนวลึกได้เช่นกัน
ความกล้าหาญในพื้นที่แคบ: กุญแจสู่การพังประตู
ในอดีต Arsenal มักประสบปัญหาในการเจาะตาข่าย Paris St-Germain โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฟอร์มอันเหนียวแน่นของ Gianluigi Donnarumma อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเกมที่ Chelsea และ Bayern Munich พบกับพวกเขาชี้ให้เห็นว่า การดึงตัวประกบให้มารวมกลุ่มกัน (Crowded Clusters) แล้วถ่ายบอลออกสู่พื้นที่ว่างเป็นวิธีการที่ได้ผล
แม้ปกติ Arteta จะเน้นการโจมตีจากริมเส้นเพื่อความปลอดภัย แต่ในนัดนี้เขาอาจต้องยอมเสี่ยงใช้ผู้เล่นที่มีทักษะการเอาตัวรอดในพื้นที่แคบอย่าง Leandro Trossard, Bukayo Saka, Martin Zubimendi หรือ Eberechi Eze เพื่อทำลายโครงสร้างเกมรับตรงกลางของคู่แข่ง
การรับมือความยืดหยุ่นของ Khvicha Kvaratskhelia
ตัวอันตรายที่สุดที่ Arsenal ต้องระวังคือ Khvicha Kvaratskhelia ปีกซ้ายจอมเลื้อยที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่แบบไม่มีบอล (Off-the-ball movement) ที่ชาญฉลาด Paris St-Germain ภายใต้การคุมทีมของ Luis Enrique มักจะสลับตำแหน่งผู้เล่นใน 5 พื้นที่หลักอย่างต่อเนื่องเพื่อทำลายระเบียบเกมรับ
บทเรียนจากฤดูกาลก่อนแสดงให้เห็นว่า William Saliba อาจต้องรับบทบาทสำคัญในการประกบติด Ousmane Dembele แบบกัดไม่ปล่อย (Man-to-man) แม้เจ้าตัวจะถอยลงไปต่ำเพียงใดก็ตาม เช่นเดียวกับที่ Enzo Maresca เคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วในรายการ Club World Cup ว่าการเพรสซิ่งอย่างดุดันเท่านั้นที่จะหยุดความไหลลื่นของพวกเขาได้
Set-pieces: อาวุธลับตัดสินแชมป์
สถิติที่น่าสนใจคือ Paris St-Germain เสียประตูจากลูกตั้งเตะ (ไม่รวมจุดโทษ) ถึง 6 ประตูจากทั้งหมด 29 ประตูในลีก ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนที่ชัดเจน Arsenal ซึ่งเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งภายใต้การวางแผนของ Arteta สามารถนำบทเรียนจากทีมของ Thomas Frank มาปรับใช้ โดยการโจมตีที่เสาไกล (Back Post) เพื่อโหม่งย้อนกลับมา ซึ่งเป็นจุดที่แนวรับของทีมจากฝรั่งเศสมักจะเสียตำแหน่งในการป้องกัน